สฟิงซ์

สฟิงซซ์ เป็นรูปปั้นที่มีส่วนหัวเป็นมนุษย์ และมีร่างเป็นสิงโตขนาดสูงใหญ่ กล่าวกันว่า
ใบหน้าของสฟิงซ์คือใบหน้าจำลองจากพระพักตร์ของเทพฮาร์มาซิส นั่นเอง แต่
ปัจจุบันก็มีการถกเถียงกันเรื่องของอายุของสฟิงซ์ บางคนเชื่อว่าน่าจะมีอายุมาก
กว่าพีระมิดเสียอีก เนื่องจากพิจารณาจากหินที่ใช้ทำ สฟิงซ์และพีระมิดเป็นหินคน
ละชนิดกัน และหากฟาโรห์คาฟราเป็นผู้สร้างพีระมิดจริงก็มีเหตุผล 2 ประการ คือ
6.1.วิหารหุบเขาใกล้กับพีระมิดมีรูปสลักหินของพระองค์ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก
6.2.ใบหน้าของสฟิงซ์เป็นใบหน้าของฟาโรห์คาฟรา
ความมหัศจรรย์ของพีระมิดแห่งเมืองกีซาถูกศึกษาและค้นพบกันอย่างไม่รู้จบ
ทั้งความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ต้องสกัดหินจากแหล่งหินที่อยู่
ไกลนับร้อยไมล์ สกัดตัดแต่งให้เป็นก้อนสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ขนส่งมาตามลำน้ำ
ไนล์ ใช้แรงงานคนนำก้อนหินหนักเป็นตันๆขึ้นมาวางซ้อนกันอย่างได้ระยะได้พิ
กัดแม่นยำ หรือความมหัศจรรย์ทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ เช่น นำความ
กว้างของฐานพีระมิดหารด้วยสองเท่าของความสูงพีระมิดให้บังเอิญได้ค่าเท่ากับ
22/7 คือค่า p ซึ่งสัมพันธ์กับเส้นรอบวงและรัศมีของวงกลม หากคุณเคยเรียน
วิชาคณิตศาสตร์คงจะพอรู้จักเจ้าค่าไพน์นี้ หรือความมหัศจรรย์ทางด้าน
วิทยาศาสตร์หรือฟิสิกส์ ก็ได้มีการทดลองเรื่องพลังงานภายในโครงสร้างพีระมิด
เรื่องสนามแม่เหล็กตามแนวเหนือใต้ ต่างได้ผลมหัศจรรย์มากมาย
เมื่อได้มายืนอยู่ใกล้ๆกับสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาทั้งพีระมิดและสฟิงซ์แล้ว ก็พอ
เข้าใจว่าเหตุใดชาวอียิปต์ถึงได้ภาคภูมิใจในสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์เหล่านี้ หินแต่ละ
ก้อนที่นำมาก่อซ้อนกัน มีขนาดใหญ่โตจนไม่สามารถจินตนาการได้ว่าความรู้
ความสามารถของคนห้าพันกว่าปีก่อน ที่ไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่มีเครื่องมือ
เครื่องทุ่นแรง จะตัดจะขนส่งและยกกันขึ้นไปเรียงด้วยแรงกำลังของมนุษย์ได้
อย่างไร สัดส่วนที่ลงตัวและความสมดุลในโครงสร้างล้วนเป็นสิ่งมหัศจรรย์โดยแท้
แต่อียิปต์ก็ไม่ได้มีความมหัศจรรย์แค่เพียงสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าพีระมิดเท่านั้น
หากเดินทางเลาะลงใต้ไปตามลำน้ำไนล์ จากกรุงไคโรไปราว 420 ไมล์ถึงเมืองลัก
ซอร์ (Luxor) หรือนครธีปต์ (Thebes) อดีตเมืองหลวงในราชวงศ์ที่
12 จะตะลึงกับความยิ่งใหญ่สวยงามของวิหารลักซอร์และวิหารคาร์นัค (Karnak)
ที่ฟาโรห์หลายยุคสมัยร่วมกันสร้างถวายแก่เทพอามุน-รา (Amun-Ra)เทพ
มัต (Mut) และเทพคอนซู (Khonsu) เสาต้นใหญ่ขนาดสิบคนโอบ สูง
23 ม. นับร้อยต้นในห้องโถงใหญ่ (The great Hypostyle Hall)
สลักภาพเทพเจ้าต่างๆและเรื่องราวความเชื่อความศรัทธาของชาวอียิปต์โบราณ
จินตนาการได้ถึงตอนที่วิหารยังสมบูรณ์เป็นสถานที่สำหรับองค์ฟาโรห์และ
นักบวชชั้นสูงใช้เป็นที่ทำพิธีสักการะเทพอามุน-รา สฟิงซ์ที่นอนหมอบเรียงเป็น
แถวยาว เคยมีตลอดทางเดิน 3 กม.ระหว่างสองมหาวิหาร เสาโอเบลิสก์แกะสลัก
อักษรภาพเฮียโรกราฟฟิคละเอียดลึก ตั้งตระหง่านอยู่หน้าวิหาร ช่างมหัศจรรย์ทั้ง
ขนาด การสร้าง การขนส่ง และการนำเสาสูงร่วม 20 ม. มาวางตั้งได้อย่างมั่นคง
ข้ามแม่น้ำไนล์ไปฝั่งตะวันตกของเมืองลักซอร์ ผ่านทุ่งทะเลทรายร้อนระอุมุ่งสู่ยอด
เขาแหลมทรงปิรามิดของเทือกเขาธีบัน (Theban) เป็นที่ตั้งของ หุบผา
กษัตริย์ (Valley of the King) ที่ฝังพระศพฟาโรห์ในยุคหลังจำ
นวนมากมาย ที่มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยของสุสานแถมยังสิ้นเปลืองเงินและแรง
งานน้อยกว่า สุสานยุคนี้จะขุดอุโมงค์เข้าไปเป็นทางยาวลึกจนถึงห้องเก็บพระศพ
มีทางแยกเป็นห้องเล็บ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: