เทพเจ้าแห่งอียิปต์

เทพรา
รา คือ เทพแห่งดวงอาทิตย์ใน ตำนานเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์
ในช่วงที่มีการสร้างโลก เทพรา(Ra) เร(Re) อาเมน-รา(Amen-Ra)
หรือ อามอน-รา (Amon-Ra) ถือกำเนิดมาจากแม่น้ำแห่งเทพนุน กายล้อม
รอบด้วยกลีบดอกบัว ทุกวันเมื่อเข้าสู่ราตรีกาล เทพราจะกลับมาบรรทมในดอกบัวนี้
สัญลักษณ์ของพระองค์เป็นนกศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า นกเบนนู(Bennu bird)
เกาะที่ยอดพีระมิด ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งแสงอาทิตย์
เทพราเป็นดั่งบิดาแห่งมวลมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลาย ทรงสร้างเทพชู เทพ
แห่งลม เทวีเตฟนุต เทวีแห่งสายฝน เทพเกบ เทพแห่งปฐพี เทวีนุต เทวีแห่งท้อง
ฟ้าและเทพแห่งแม่น้ำนิลนาม เทพฮาปี
เทพรามีหลายพระนามด้วยกันคือ ในตอนเช้ามักถูกเรียกว่า เฆปรี(Khepri)
หรือ เฆเปรา(Khepera) เรียกว่าราในตอนกลางวัน และตุม(Tum)หรือ
อาตุม(Atum) ในตอนเย็น เทพราจะเสด็จออกจากเมืองเฮลีโอโปลิสพร้อมกับ
เหล่าเทพเจ้า โดยใช้เรือสุริยันเป็นยานพาหนะ เพื่อตรวจเยื่ยมราษฎรในแคว้น
ทั้ง 12 แคว้น ทำให้เกิดแสงอาทิตย์ตลอด 12 ชั่วโมงใน 1 วัน
มีตำนานเกี่ยวกับเทพราอีกมากมาย แต่ก่อนเทพราจะมีเฉพาะฟาโรห์เท่านั้นที่สัก
การะได้ บางครั้งสัญลักษณ์ของเทพราคือวงกลมหนุนอยู่บนเรือ แต่ส่วนมากมัก
เป็นมนุษย์ พระเศียรเป็นนกเหยี่ยว
เทพโอซีริส (Osiris)
คือหนึ่งในเทพของ ตำนานเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์ เทพแห่งเกษตรกรรม
โบราณ ซึ่งผู้นับถือมาจากซีเรีย (Syria) ทรงเป็นพระโอรสองค์แรกของ
เทพเกบและเทวีนุต ทรงเกิดที่เมืองธีบส์ (Thebes) เมื่อทรงประสูติ มีเสียง
ร้องดังเข้าไปถึงในวิหารร้องว่า กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่และเพียบพร้อมได้ประสูติแล้ว
หรือเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดได้เข้ามาสู่แสงสว่างแล้ว กล่าวกันว่าเทพโอซีริส และเทวี
ไอซิสตกหลุมรักกันตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ บางกรณีก็กล่าวว่าทั้งสองพระองค์ทรง
อภิเษกกัน และเทพโอซีริสได้บัลลังค์จากเทพเกบผู้เป็นบิดา ตามตำนานของเทพ
โอซีริส พระองค์ได้สอนศิลปวิทยาการทั้งหลายแก่มวลมนุษย์ โดยมีเทพธอธเป็นผู้
ช่วย ในช่วงที่เทพโอซีริสไม่อยู่นั้น เทพเซ็ตซึ่งเป็นพระอนุชาคิดกบฎ อยากได้บัล
ลังค์และตัวเทวีไอซิส ทั้งยังต้องการเปลี่ยนกฏระเบียบใหม่ แต่เทวีไอซิสรู้ทันทุกครั้ง
ครั้งเมื่อเทพโอซีริสเสด็จกลับมาไม่นาน เทพเซ็ตและอาโส (Aso)ราชินี
แห่งเอธิโอเปียและกบฏอีก 72 คน ได้ร่วมกันล้มล้างเทพโอซีริสจนสำเร็จ ร่างของ
เทพโอสซีริสถูกจับโยนลงแม่น้ำนิล เทวีไอซิสพยายามค้นหาจนพบแล้วใช้พลังมา
ยิกของพระนางร่วมกับความช่วยเหลือของเทพธอธเทวีเนฟธีสเทพอานูบิสและ
เทพฮอรัส ทำให้เทพโอซีริสซึ่งได้เดินทางไปยังโลกแห่งความตายหรือมตภพดู
อัตแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่พระองค์อยากปกครองโลกแห่งความตายมากกว่า
ดังนั้นจึงยกราชสมบัติให้เทพฮอรัสผู้เป็นโอรสแทน
สัญลักษณ์ของพระองค์มักเป็นชาย ประทับยืนอยู่หรือประทับนั่งบนบังลังค์
หรือวาดเป็นมนุษย์กำลังลุกจากแท่นตั้งศพ หรือเป็นกษัตริย์พระหัตถ์โผล่ขึ้นมา
จากผ้าพันมัมมี่ ถือแส้เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุด พระวรกายเป็นสีแดงแสดงถึงพื้นดิน หรือสีเขียวที่แสดงถึงพืชพันธุ์ ทรงสวมมงกุฏสีขาวแสดงถึงไอยคุปต์ตอนบน และมีขนนกสีแดงสองเส้นแห่งเมืองบูสีริส(Busiris) ประดับอยู่ บางครั้งจะสวมวงสุริยะและเขาสัตว์
เทพฮอรัส
คือหนึ่งในเทพของ ตำนานเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์
เทพฮอรัส(Horus) ทรงเป็นพระโอรสของเทพโอซีริส และเทวีไอซิสและ
เป็นพระสวามีของเทวีฮาธอร์ทรงเป็นเทพที่เกิดจากการรวมกันของเทพนกเหยี่ยว
และเทพแห่งแสงสว่างทรงมีพระเนตรขวาเป็นดวงอาทิตย์และพระเนตรซ้ายเป็น
ดวงจันทร์สัญลักษณ์ของเทพฮอรัสคือเป็นมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นนกเหยี่ยวทรงสวม
มงกุฎสองชั้นหรือแกะสลักเป็นรูปวงสุริยะมีปีกอยู่ที่รั้ววิหารประจำพระองค์หรือ
คือนกเหยี่ยวกำลังบินอยู่เหนือการสู้รบของฟาโรห์ที่อุ้งเล็บมีแส้แห่งความจงรัก
ภักดีและแหวนแห่งความเป็นนิรันดร์อยู่
เทพฮอรัสทรงมีพระนามมากมายตามท้องที่ที่สักการะและความเชื่อ เช่น
เทพฮาโรเอริส(Haroeris) ฮอรัส เบฮ์เดตี (Horus Behdety) ฮาราเคตฮาร์มาฆิส(Harmakhis) และ ฮาร์สีเอสิส(Harsiesis)
เทพอานูบิส
คือหนึ่งในเทพของ ตำนานเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์
เทพอานูบิส(Anubis)เป็นพระโอรสของเทวีเนฟธีส และเทพโอสิริสทรง
มีสัญลักษณ์เป็นสุนัขหรือสุนัขจิ้งจอกซึ่งเป็นสัตว์ในทะเลทรายใกล้สุสานทรงได้รับ
ความเคารพมากในไอยคุปต์โดยเฉพาะในทะเลทรายแห่งตะวันตกที่เรียกว่าบ้าน
แห่งความตาย
ทรงเคยเป็นเทพแห่งความตายมาก่อนเทพโอสีริสและเป็นเทพแห่งความตาย
สำหรับฟาโรห์องค์แรกเทวีอีสิสทรงเลี้ยงพระองค์มาดั่งลูกในไส้เมื่อโตขึ้นเทพ
อานูบิสจึงเป็นผู้ปกป้องพระนาง
พระองค์เป็นผู้เสาะหาน้ำมันหอมหรือยาที่หายากในการทำมัมมี่ศพเทพโอสีริส
ร่วมกับเทวีอีสิสและเทวีเนฟธีสพระมารดาจากนั้นพระองค์จะทำพิธีศพให้เทพ
โอสีริสพิธีที่พระองค์ทรงคิดขึ้นนั้นเป็นรูปแบบพิธีการฝังศพในเวลาต่อมา
มีความเชื่อว่าเทพอานูบิสมีบทบาทสามอย่างคือ
* ทรงเป็นผู้ช่วยในการดองศพให้ถูกต้อง และสร้างองค์ประกอบขึ้นมาใหม่
* ทรงเป็นผู้รับมัมมี่ในหลุมศพเป็นการเปิดพิธีกรรม
* ทรงเป็นสื่อกลางในการนำวิญญาณไปที่สนามแห่งของขวัญจากฟ้า
โดยใช้มือปกป้องมัมมี่
ที่สำคัญที่สุดคือ ทรงเป็นผู้ช่วยในการชั่งวิญญาณโดยเป็นผู้ดูตาชั่งอย่างละ
เอียด ส่วนเทพธอธจะเป็นผู้บันทึกการตัดสินเมื่อถือว่าวิญญาณนั้นบริสุทธิ์แล้ววิญ
ญาณจะไปเข้าเฝ้าเทพโอสีริสเพื่อพิพากษาให้ไปสู่ในโลกแห่งวิญญาณใหม่หากไม่บริสุทธิ์จะถูกลงโทษอย่างโหดร้าย
เทพอานูบิสมีสัญลักษณ์เป็นชายมีศีรษะเป็นสุนัขจิ้งจอกหรือเป็นสุนัขคอย
ติดตามเทวีไอสิสหรือเป็นสุนัขจิ้งจอก หรือสุนัขชูคอหมอบอยู่ที่ฐานหรือบนหลุม
ศพ
เทวีไอซิส(Isis)
ทรงประสูติในวันที่ 4 ที่เพิ่มเข้ามา ทรงเป็นเทวีที่มักได้รับความเคารพคู่กับ
เทพโอซีริสกล่าวกันว่าทั้งสองพระองค์ให้กำเนิดเทพฮอรัสโดยการรวมตัวกัน
ในขณะที่เทพฮอรัสยังอยู่ในพระครรภ์หรือหลังจากเทพโอซีริสสิ้นพระชนม์แล้ว
ในช่วงที่เทพโอซีริสยังอยู่ พระนางมีบทบาทเพียงช่วยพระสวามีในการสร้าง
อารยธรรมแก่มวลมนุษย์ เพราะพระนางคือเทวีแห่งมารดร หลังจากเทพโอซีริส
วรรคตแล้วพระนางจึงมีบทบาทมากขึ้น ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับพระนาง เทพโอซีริส
และพระโอรสอีกมากมาย
สัญลักษณ์ของเทวีไอซิสมีหลายแบบ พระนางอาจเป็นมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นวัว
หรือมีดวงจันทร์สวมบนศีรษะ หรือสวมมงกุฎรูปดอกบัวและมีหูเป็นข้าวโพด
หรือถือขาแพะ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าเป็นรูปปั้นมักเป็นรูปพระ
มารดากำลังให้นมเทพเจ้าฮฮรัสอยู่ แสดงถึงการปกป้องเด็กๆจากโรคภัย บนศีรษะ
มีเขาสองเขาและมีวงสุริยะอยู่ตรงกลาง
คำว่าไอซิส(Isis) เป็นนามในภาษากรีกเป็นพระนามของเทวีที่มีชื่อ
เสียงโด่งดังที่สุดองค์หนึ่งของชาวไอยคุปต์ที่เรียกกันว่า เทวีเอเซ็ท
กล่าวกันว่าเมื่อเปรียบเทียบแล้วเทวีไอซิสเทียบเท่ากับเทวีดีมิเทอร์ เทวีแห่ง
โลกและเทวีเฮรา(Hera)หรืออีกพระนามซึ่งฟังแล้วคุ้นหูมากกว่าคือ
จูโน(Juno) รวมทั้งเทวีเซเลนเทวีแห่งดวงจันทร์ ซึ่งชาวกรีกก็นับถือพระนาง
ไอซิสด้วยเช่นกันเทวีไอสิส หรือปกป้องผู้ตายด้วยปีกที่แขนของนาง
เทวีเสลเคต (Selket) หรือเสร์คูเอต (Serquet)
เทวีแมงป่อง มีชื่อเสียงขึ้นมาโดยราชาแมงป่อง กษัตริยก่อนราชวงศ์ พระนาง
เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ เพราะพระนางเป็นหนึ่งในเทวีผู้พิทักษ์ต้นน้ำทั้งสี่
แห่งแม่น้ำนิล หน้าที่ของเทวีเสลเคตคือ เป็นคนเฝ้างูอาโปฟิส ศัตรูของเทพราที่
ถูกมัดและขังไว้ใต้พิภพ พระนางเป็นชายาของเทพเนเฆบคาอู
(Nekhebkau) เทพแห่งงูใหญ่ มีแขนเป็นมนุษย์ ซึ่งบางครั้งก็ถือว่าเป็น
หนึ่งในเหล่าปีศาจซึ่งอาศัยอยู่ใต้โลก กล่าวกันว่าเทวีเสลเคตถูกมัดด้วยโซ่จน
สวรรคต แต่พระสวามีของเธอบางครั้งก็เป็นเทพที่ดี คอยให้อาหารแก่วิญญาณ
ของผู้ตาย ถ้าในกรณีนี้ เทวีเสลเคตก็เป็นเทวีที่ดีด้วย
โดยปกติแล้วเทวีเสลเคตจะช่วยเทวีไอสิสทำพิธีศพเทพโอสิริสและเป็นผู้ช่วย
คอยดูแลเทพโฮรุส พระนางจะประทับยืนอยู่กับเทวีอีสิสตรงปลายโลงศพ และเป็น
เทพ 1 ใน 4 ที่ประจำที่ไหเก็บเครื่องในมัมมี่ที่เก็บลำไส้
เทวีเสลเคตมีสัญลักษณ์เป็นมนุษย์ ศีรษะเป็นแมงป่อง หรือกายเป็นแมงป่อง
ศีรษะเป็นมนุษย์ บางครั้งก็เป็นเช่นเดียวกับอิมโฮเตป (Imhotep)เป็นหนึ่ง
ในมนุษย์เทพของ ตำนานเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์
อิมโฮเตป
เป็นอัครเสนาบดีของฟาโรห์โจเสร์ (Djoser) ฟาโรห์องค์แรกหรือ
คนที่ 2 ของราชวงศ์ที่ 3 มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองเมมฟิส เป็นคนแรกที่บันทึกประ
วัติศาสตร์ของชาวไอยคุปต์ไว้ มีชื่อเสียงโด่งดังในความสามรถหลายอย่าง ทั้งเป็น
นักเขียน เป็นหมอ เป็นนักบวชที่เรียนรู้หลักคำสอนของเฮลีออโปลีเทนและเป็น
ผู้ที่ค้นพบหลักวิชาดาราศาสตร์และสถาปัตยกรรม
ความฉลาดปราดเปรื่องของอิมโฮเตปทำให้ประชาชนเชื่อถือว่าเขาเกี่ยวข้องกับ
เทพองค์สำคัญ อย่างเช่น เทพปตาฮ์และเทพธอธ
ชาวไอยคุปต์ทุกสมัยรู้จักผลงานทางด้านสถาปัตยกรรมของอิมโฮเตปในนาม
ของปิรามิดขั้นบันไดหรือมาสตาบาแห่งโจเสร์ที่
สักการา ใกล้ๆกับเมืองเมมฟิส พีระมิดชนิดนี้สร้างจากก้อนหินปูนที่นำมาจากเมือง
ตูรา (Tura) บนริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำนิล เป็นพีระมิดแห่งแรกที่ก่อ
สร้างด้วยหินล้วนๆ มีลักษณะเป็นขั้นบันไดขนาดใหญ่สำหรับกษัตริย์ขึ้นไปบน
ท้องฟ้า แวดล้อมด้วยวิหารที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมและสถานที่เฉลิมฉลอง
ของกษัตริย์มากมาย
สัญลักษณ์ของอิมโฮเตปเป็นนักบวชโกนศีรษะ นั่งหรือคุกเข่าบนม้วนกระดาษ
ปาปิรุส บางครั้งก็สวมกระโปรงยาวอย่างนักบวช ม้วนกระดาษปาปิรุสแสดงถึง
แหล่งของความรู้ ส่วนการแต่งกายอย่างนักบวชนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความ
บริสุทธ์ทางศาสนา
อาเมนโฮเตป หรือ อาเมนโฮเตปที่ 3 เป็นหนึ่งในมนุษย์เทพของ ตำนานเทพ
เจ้าแห่งไอยคุปต์ เป็นอัครเสนาบดีแห่งอียิปต์โบราณ
อาเมนโฮเตป(Amenhotep) บุตรชายของฮาปู (Hapu)เป็นอัครเสนา
บดีที่ราชสำนักของฟาโรห์อาเมนโฮเตปที่ 3 ในราชวงศ์ที่ 18เขาคือหัวหน้าทาง
การทหาร แต่ก็เป็นสถาปนิกในการก่อสร้างสิ่งต่างๆหลายอย่าง
อาเมนโฮเตปได้รับความเคารพเนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของเนื้อแท้ประเพณี
เป็นชายผู้มีความรู้ปรากฏในหนังสือศักดิ์สิทธิ์ทุกเล่ม และเป็นเช่น เทพธอธผู้เลิศ
เลอเขาเป็นที่ปรึกษาที่สุขุมและเขียนหนังสือมายิกซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะตาม
ธรรมชาติของเทพธอธ
อาเมนโฮเตปที่ 3 ได้สร้างรูปปั้นของเขาในวัดประจำของเจาที่คาร์นัคและสร้าง
หลุมฝังศพสำหรับความเป็นนิรันดร์บนฝั่งแม่น้ำนิลตะวันตกที่เมืองงเธเบสฟาโรห์
ปโตเลมีที่ 4 สร้างวัดที่เมืองเดอีร์-เอล-เมดีนา (Deir el-Medina)รอบ
ๆหลัมฝังศพของอาเมนโฮเตป
ในวัดนี้ อาเมนโฮเตปและอิมโฮเตปจะได้รับการสักการะร่วมกันอาเมนโฮเตป
เกี่ยวข้องกับเทพโอสิริสและอามอน-ราเป็นพิเศษมีสัญลักษณ์เป็นมนุษย์มีหนวด
ถือม้วนกระดาษปาปิรุสอยู

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: